ทำงานกับFirecreek [1]

Onboarding ดาเรนอธิบาย Money Flow ของอุตสาหกรรมให้ฟัง มี Player ไหนบ้าง ใครของจริง ใครเป็น dead market ใครเป็น Future market ใครเป็น Present Value Market และ เราอยู่ Position ไหน มัน make sense ไหม ดาเรนจะอธิบาย management ต่างๆ ให้ฟังเรื่อยๆ รวมถึงเรื่องลูกค้า มันดีมากที่ทำให้พนักงานเข้าใจ และมีความรู้ไปด้วย การทำงาน Daily standup! ตอนเช้า บังคับให้คนมาเช้า เป็นเรื่องที่ดีมาก จะพูดมากตอนวันจันทร์ และดาเรนจะวางโครงสร้าง ตามงานเองทั้งหมดใน(ช่วงแรกนะ) และจะค่อยๆ push ให้เราทำเองมากขึ้น ทำงาน sprint 2 week แต่งานเสร็จอาจจะไม่ปล่อย Version update ก็ได้ อยู่ที่ว่ามัน… Continue reading ทำงานกับFirecreek [1]

Advertisements

ได้อะไรจากการทำงานกับSR

เรื่องการทำงาน ทำงานเป็น sprint ตอนแรกทำงานเป็น week sprint ปิดงานส่งงานวันศุกร์ และมีการเดโม หลังๆ เปลี่ยนเป็น sprint 4  วัน คือปิดงานวันพฤหัส ส่วนวันศุกร์ก็ไปเก็บตก เพราะแบบเดิมทำงานไม่ทัน อาจลากยาวไปทำวันจันทร์ได้ ซึ่งไม่ค่อยดีนัก และวีคถัดไปเป็นการทำเทส มีพี่คนเดียวทำเทส หนัก ทำให้การปล่อยอัปเดทเวร์ชั่นต่างๆ ไปหนักคนแพ็คส่งคนเดียว และเทสคนเดียว มี Daily meetup ตอนก่อนไปกินข้าวตอนบ่ายครึ่ง ตอนแรกประชุมกันทั้งหมด ตอนหลังประชุมกันแค่กลุ่มเล็กๆ 3-4 คน ก็แค่บอกเมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ ทีมก็แค่รับรู้ ไม่ค่อยได้ช่วยกันอะไรมาก ตอนแรกงานแบ่งเป็นแต่ละคน หลังๆ จะเน้นเป็นทีมมากขึ้นงานน้อยลง แบ่งเป็นทีม Bull กับ Bear แต่บางงานจะไปหนักสกิลบางคน คนอื่นก็ทำเทสไป ทำให้ดีตรงมีเทส ไม่หนักพี่ที่ทำเทสคนเดียว แต่บางทีก็ว่างไป และปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้คือ ความรู้ไม่ Flow การส่งถึงมือลูกค้า เป็นการแพ็คส่งหลังการเทสด้วยคน และเทสด้วยคนคนเดียว… Continue reading ได้อะไรจากการทำงานกับSR

Awesome Learning

https://github.com/sindresorhus/awesome#programming-languages https://github.com/PerfectCarl/awesome-play1 Contents Platforms Programming Languages Front-End Development Back-End Development Computer Science Big Data Theory Books Editors Gaming Development Environment Entertainment Databases Media Learn Security Content Management Systems Hardware Business Work Networking Decentralized Systems Miscellaneous Platforms Node.js - JavaScript runtime built on Chrome's V8 JavaScript engine. Frontend Development iOS Android IoT & Hybrid Apps Electron Cordova… Continue reading Awesome Learning

Architecture ของ Wongnai ฉบับอัพเดท Q1 2017

หากใครเคยฟัง Boy Pattrawoot พูดเรื่อง Infrastructure ของ Wongnai ในงาน Code Mania ครั้งที่ 3 เมื่อประมาณต้นปีที่แล้ว จะรู้ว่า Web Wongnai เป็น Monolithic ก้อนใหญ่ๆ มีส่วนประกอบหลักๆไม่ซับซ้อน การเป็น Monolithic มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญมาก คือ ความสามารถในการขยายทีม เนื่องจาก code เยอะ มีส่วนประกอบมาก Dev ที่เข้าทีมมาใหม่จะต้องใช้เวลานานในการทำความเข้าใจโค้ดเพื่อจะได้แก้ไขหรือเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆ ได้ถูกต้อง นอกจากนี้การ build/test/deploy รอบนึงก็ใช้เวลานานมากขึ้นตามขนาดของโค้ดที่โตขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนที่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีกลายเป็นหลายนาที ทางทีมได้พยายามแยกส่วนประกอบต่างๆออกมาเป็น Service หลักๆ เพื่อให้ Developer คนนึงมีหน้าที่รับผิดชอบ code ส่วนที่เล็กลง เริ่มงานได้ไวขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องทำความต้องเข้าใจส่วนประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง แบ่งหน้าที่กันทำงานง่ายขึ้น แต่เราก็พยายามจะไม่แยกให้เล็กย่อยจนเกินไป ไม่อยากให้มีจำนวนมากเกินจนต้องใช้เวลาในการ setup dependencies อื่นๆเยอะในระหว่างการพัฒนา Technology Stack Technology Stack ทั้งหมด ก่อนที่จะพูดเรื่องส่วนประกอบ… Continue reading Architecture ของ Wongnai ฉบับอัพเดท Q1 2017

เตรียม “คน” สำหรับเศรษฐกิจใหม่

ถ้างบร้อยล้านของเอกชนยังสามารถสร้างได้ขนาดนี้ … งบห้าแสนล้านของรัฐบาลควรจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งประเทศ มีคนสนใจเรื่องที่ผมบรรยายใน Session สุดท้ายเมื่อวานนี้ของงาน Startup Thailand 2017 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติในเรื่อง “การศึกษาใหม่เพื่อโลกยุคใหม่” เลยเอามาเขียนเป็นบันทึกไว้หน่อย ซึ่งผมนำเสนอประเด็นเป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเศรษฐกิจใหม่ ทำไม New Economy ที่ว่านี้มันถึงทำให้บริษัทใหญ่อยู่ในภาวะสั่นคลอนและถึงขั้นล้มหายตายจากกันไปอย่างรวดเร็ว? … Nokia ใช้เวลาแค่สี่ปี จาก 2007 ที่ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดบริษัทนวัตกรรมของโลกที่จะไม่มีใครโค่นได้ มาถึงการขายทิ้งในปี 2011 ที่มีบันทึก A Burning Platform อันลือลั่น … กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินกำลังเริ่ม Lay-off คนให้ได้ตามเป้าหมายคือ -30% ในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ … ผมเล่าให้ฟังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แปลกมาก เพราะแทนที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่จากการขับเคลื่อนหรือชักจูงของผู้ผลิตอย่างที่เคยทำกันมา แต่ครั้งนี้ “ผู้บริโภค” เป็นคนสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้เองโดยที่ “แบรนด์” ไม่ทันได้ตั้งตัว การอัดโฆษณาไปสู่มวลชนจึงไร้ประสิทธิภาพกว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา … ธุรกิจมีเดียเดิมจึงอยู่ในสถานะลำบากเช่นกันเพราะผู้บริโภคมีสื่อใหม่ให้เสพ และการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นจากการที่ผู้บริโภคได้ข้อมูลมหาศาลจากตัวกลางใหม่ทั้งหมด — โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต — ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสิ่งที่เขาสนใจได้มากกว่าและเร็วกว่าการรอดูข้อมูลทั้งหลายจากทีวี , หนังสือพิมพ์ , วิทยุ และนิตยสาร และเมื่อสื่อเดียวกันนั้นอยู่ในมือตลอดเวลา แถมสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ด้วย , ถ่ายรูปหรือเล่นเกมส์ได้ด้วย , คุยกับเพื่อนและแชร์ออกไปได้ด้วยความเร็วระดับพรายกระซิบได้อีกต่างหาก … ความเปลี่ยนแปลงมหาศาลนี้จึงเกิดขึ้น … ธุรกิจจึงต้องปรับตัวเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ทันเพราะจากฝูงปลาในบ่อที่ถูกขังเอาไว้ด้วยระบบเดิมกลายเป็นฝูงปลาที่แหวกว่ายลงสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลแล้วในวันนี้… Continue reading เตรียม “คน” สำหรับเศรษฐกิจใหม่

การลงทุนในการทำ Bitcoin Mining แท้จริงแล้วคืออะไร แตกต่างจากการลงทุนในด้านอื่นๆ อย่างไร อธิบายจนหมดเปลือก !

ในการขุดบิทคอยนั้นแน่นอนว่าเราจะต้องมีอุปกรณ์ในการขุดเช่น ตัว software ที่รันและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ความเร็วสูงๆในการทำรายการ ที่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมงครับ รายได้จากการขุดต่อวันจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับอัตราความยากง่ายในระบบ (Bitcoin Difficulty) ซึ่งไอ้ความยากในการขุดตรงนี้ จากอัตราค่าเฉลี่ยแล้วจะเพิ่มขึ้นทีละ 4–15% ต่อสัปดาห์ โดยประมาณครับ อย่างนี้แล้วด้วยอัตราการผลิตที่ลดลงตามหลักเศรษฐ์ศาสตร์ส่งผลให้ราคาบิทคอยจะถูกปรับให้เป็นไปตามกลไกลของระบบโดยอัตโนมัติ จุดคุ้มทุนของนักทำเหมืองบิทคอยจะเป็นในเรื่องของ value หรือมูลค่าที่ตัวบิทคอยเพิ่มเสียมากกว่า ไม่ใช่การ focus ที่ volume หรือจำนวนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นนะครับ ถ้าหากคุณยังงงอยู่ ผมจะอธิบายง่ายๆ ให้เห็นภาพดังนี้ครับ เพื่อให้สอดคล้องกับทฤษีห่านทองคำ ผมจะยกตัวอย่างเรื่องห่านก็แล้วกันครับ นาย ก ซื้อแม่พันธ์ห่านมาเลี้ยง 1 ตัวราคา 875 บาท ซึ่งปกติจะออกไข่ได้ 25 ฟองต่อเดือน ตอนนั้นไข่ฟองละ 5 บาท ซึ่งขาย 25 ฟองจะเป็นเงิน 125 บาท โดยค่าอาหารแต่ละเดือน จะอยู่ประมาณ 50 บาท กำไร = (… Continue reading การลงทุนในการทำ Bitcoin Mining แท้จริงแล้วคืออะไร แตกต่างจากการลงทุนในด้านอื่นๆ อย่างไร อธิบายจนหมดเปลือก !

สายเกินไปแล้วหรือยัง ? ( ที่จะซื้อ Bitcoin ในตอนนี้ )

ผมเชื่อว่าหลายคนเริ่มรู้จักบิทคอยกันแล้ว และก็ยังลังเลอยู่ว่าถ้าหากซื้อบิทคอยเก็บไว้จะขาดทุนหรือไม่ ถ้าหากซื้อตอนนี้มันจะสายเกินไปแล้วหรือปล่าว ต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้มาชี้นำใดๆทั้งนั้น เพียงแต่อยากนำเสนอปัจจัยหลายๆด้านให้ดูกันว่า ทำไมราคาบิทคอยมันถึงได้ขึ้นหรือลงต่อวันมันเกิดจากปัญจัยอะไรบ้าง เอาล่ะมาดูกันเลย ภาพด้านล่างคือผม Copy มาจากเว็บไซต์ reddit ซึ่งเป็นการใช้ Fibonacci Indicator ผมจะอธิบายแบบภาษาบ้านๆก็คือ การเอาราคาของเวลาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเทียบหาอนาคต (เชี้ย งงเหมือนเดิม) โอเคเอาใหม่ๆ การเอาเหตุการราคาจากจุดเริ่มต้นมาถึงปัจจุบัน เพื่อวิเคราะห์หาความน่าจะเป็นของราคาในอนาคต เยี่ยม ฟังดูง่ายขึ้นเยอะ แต่ทุกอย่างเป็นแค่การวิเคราะห์เท่านั้น อาจจะมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งไม่สามารถเดาอนาคตได้แน่นอน แต่อย่างไรก็ตามก็ทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วโอกาสที่ราคาจะไปถึงตรงนั้นก็มีความเป็นไปได้ https://www.reddit.com/r/Bitcoin/comments/4as0ge/totally_reliable_fibonacci_bitcoin_prediction/ ปัจจัยพื้นฐานของบิทคอยที่คุณควรรู้ อย่างแรกคือด้วยจำนวนของบิทคอยน์ที่มีอยู่จำกัดแค่ 21 ล้าน BTC เท่านั้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจำนวนเหรียญ BTC ที่ได้จากการขุดน้อยลง หรือใช้เวลาในการขุดนานขึ้น แต่ความต้องการใช้บิทคอยน์มีมาก ส่วนนี้ก็มีผลกับราคาด้วยเช่นกันตามหลักเศรษฐศาสตร์ (เอาง่ายๆคือมันเพิ่มไม่ได้) ความเชื่อมั่นในราคาของบิทคอยน์ของนักลงทุน ที่เชื่อว่าราคาบิทคอยน์ขึ้นได้แบบไม่มีขีดจำกัด อาจขึ้นไปถึงบิทคอยน์ล่ะ 10,000 USD หรือมากกว่านั้นก็ได้ การใช้บิทคอยน์ แทนระบบการชำระเงิน และการโอนเงินระหว่างบุคคล หรือแม้แต่โอนเงินระหว่างประเทศซึ่งคุณจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยมาก และรวดเร็วทันใจ เดี๋ยวนี้สามารถซื้อบ้านหรือรถด้วยบิทคอยได้แล้ว หรือแม้กระทั่งจ่ายเงินเดือนพนักงานในบริษัทด้วยบิทคอย ความเชื่อมั่นของประชาชนคนทั่วไป ที่สนใจในสกุลเงินดิจิตัล… Continue reading สายเกินไปแล้วหรือยัง ? ( ที่จะซื้อ Bitcoin ในตอนนี้ )

บิทคอยน์จะหมดจากโลกไปเมื่อไหร่ ? แล้วสายขุดจะเป็นยังไง มาคำนวณเล่นๆกันครับ

สวัสดีครับ ห่างหายไปนานเลยช่วงนี้ผมมีภารกิจหลายอย่างมากๆ เลยไม่ค่อยได้เขียนบทความเท่าไหร่ในพักนี้ วันนี้ผมก็เลยอยากจะหาเวลาว่างๆมาเขียนบทความเกี่ยวกับการคำนวณหาว่าบิทคอยน์มันจะหมดจากโลกไปเมื่อไหร่ 🙂 โอเคมากันเลยไม่พูดร่ำทำเพลงเยอะ เดี๋ยวบทความนี้จะยาวไป วันนี้ผมจะเล่าพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ของบิทคอยน์คร่าวๆให้ดูนะครับจะได้เห็นที่มาที่ไปกันก่อน ก่อนอื่นขอออกตัวเลยว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำมาวิเคราะห์นำมาจากข้อมูลใน Blockchain.info และข้อมูลจากสถติเดิมๆจากหลายๆแหล่ง ซึ่งผมไม่ขอการันตีว่าทั้งหมดจะต้องตรงเป๊ะๆ ผมแค่จะแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วบิทคอยน์จะเป็นยังไงเมื่อมันหมดไปจากระบบหลังจากที่ขุดไปหมดแล้ว แล้วก็จะหมดในช่วงไหน โดยการคำนวณผมจะใช้ตัวแปร 4 ตัวก็คือ Difficulty, Halving, New Blocks, Total Bitcoins left to mine ซึ่งค่าที่ผมนำมาคำนวณเป็นค่าคงที่บ้าง และไม่คงที่บ้าง ซึ่งจริงๆมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งก็ต้องคำนวณใหม่อีกรอบ และบางตัวแปรก็ไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคตนะครับ 1. Difficulty ระดับความยากในการขุดบิทคอยบางท่านอาจจะคุ้นชินดีกับคำๆนี้ ในการทำเหมืองบิทคอยย์นั้นเราต้องเจอกับค่า Diff อยู่ตลอดเวลา ค่านี้มันเกิดขึ้นเพื่อที่จะเอาไว้ป้องกันเทคโนโลยีที่โตเร็วเกินไป เผื่อวันดีคืนดีมีใครก็ไม่รู้สามารถผลิตเทคโนโลยีกำลังสูงที่สามารถถอดรหัสได้อย่างรวดเร็วและทำให้บิทคอยหมดจากโลกไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า Statoshi Nakamoto รู้ดีว่าเทคโนโลยีเป็นอะไรที่ก้าวกระโดดมากๆ มันอดคิดไม่ได้นะว่าอยู่ดีๆจะมีคนแบบ Alan Turing ที่สามารถผลิตเครื่องถอดรหัสจากเครื่อง Enigma จนทำให้อังกฤษสามารถเอาชนะสงครามโซเวียตมาได้ เค้าเลยคิดว่าเค้าต้องมีค่า Diff ที่เอาไว้เพื่อให้การถอดรหัสนั้นยากขึ้นเมื่อมีกำลังขุดในระบบสูงขึ้น (Hashrate) ทุกๆครั้งที่กำลังขุดในระบบได้เพิ่มสูงขึ้น ระบบจะมีการเพิ่มค่า Difficulty… Continue reading บิทคอยน์จะหมดจากโลกไปเมื่อไหร่ ? แล้วสายขุดจะเป็นยังไง มาคำนวณเล่นๆกันครับ

Programming 101 : How to write a good code

ผมเชื่อว่า หลาย ๆ คนที่กำลังหัดเขียน Code อาจจะคุ้นเคยกับการเขียน Code ในแบบที่ตัวเองชอบ หรือคุ้นเคย แต่ Programming ในชีวิตจริง นั่นต่างไปจากที่เราหัดอยู่ตอนนี้มาก ๆ เราอาจจะสงสัยว่าคำว่า Good Code ที่เขาพูดกันมันเป็นยังไง เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ Programming ก็เช่นกัน การที่เราจะสร้างโปรแกรมที่เราเห็น และใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาด้วยคนคนเดียว แต่ต้องอาศัย Programmer นับร้อย หรือนับพันชีวิต เพื่อสร้างสรรค์โปรแกรมขึ้นมาเลยก็มี Programming จะมีอะไรมากละ !! มันก็แค่ Algorithm กับ Code แต่เรายังหลงลืมไปว่า Programming ก็เป็นศิลปะชนิดหนึ่ง เหมือนกับการถ่ายภาพและการทำกับข้าวเหมือนกัน มันก็มีทั้งส่วนที่เป็นหลักการ และส่วนที่เป็นศิลปะ เช่นในการถ่ายภาพ เรื่องของหลักการของกล้องก็เป็นเรื่องของหลักการที่คนถ่ายภาพต้องเข้าใจว่ากล้องที่เราใช้มันทำงานยังไง เพื่อให้เราเข้าใจอุปกรณ์ที่เราใช้มากขึ้น และ เราก็ต้องมีศิลปะในการจัด และสร้างสรรค์ภาพออกมา Programming ก็เช่นกัน มันก็มีเรื่องของ Algorithm และ Problem Solving ที่เป็นหลักการที่เราต้องเรียนรู้ แต่เขียนอย่างไรให้ มีศิลปะ เขียนแล้วคนทำต่อไม่ด่าพ่อง อันนี้สิยาก วันนี้เลยจะหยิบ… Continue reading Programming 101 : How to write a good code

คำถามคือการเป็น data scientists จำเป็นต้องรู้คณิตศาสตร์ “ลึก” แค่ไหน

เนื่องจาก data science เป็นสาขาที่ “กว้าง” (มาก) คำตอบก็คือ…ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็น data scientist ประเภทไหน และส่วนใหญ่เราทำงานเพื่อตอบโจทย์ (business objectives) อะไร ในกรณีที่เราเป็น data scientist Type A หรือบางครั้งเรียกกันว่า “Insight Data Scientists” (บางบริษัทจะอยู่ทีมที่เรียกว่า Marketing Science หรือ Customer Science) (อ่านรายละเอียด data scientist Type A: https://www.facebook.com/truebigdata/posts/839490679535902) ซึ่งเน้นการทำงานในเชิงการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ data analysis เพื่อนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์ การวางแผน โดยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรู้คณิตศาสตร์เยอะและลึกมากนัก (แต่จำเป็นต้องรู้หลักสถิติ) ส่วน Data Scientist Type B หรือที่เรียกว่า “Product Data Scientists” โดยเฉพาะพวกที่เน้นทำ Machine Learning, Neural Network,… Continue reading คำถามคือการเป็น data scientists จำเป็นต้องรู้คณิตศาสตร์ “ลึก” แค่ไหน

เทคโนโลยี Blockchain : จุดสิ้นสุดของโมเดลธุรกิจขององค์กรทั้งหมดจริงหรือ?

เทคโนโลยี Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่มาแรงอย่างมากโดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ต้องการการถูกควบคุมจากรัฐ ผู้สนใจด้านเทคโนโลยี รวมทั้งองค์กรต่างๆ ทำให้คนหลายกลุ่มพยายามที่จะเข้ามาพัฒนาระบบนิเวศของ Blockchain (Blockchain Ecosystem) แต่ก็เกิดความล้มเหลวอย่างมากมายที่ไม่เข้าใจแก่นแท้ของเทคโนโลยี Blockchain หลังวิกฤติการณ์การเงินระดับโลกในปี 2008 (Hamburger Crisis) ไม่นาน Bitcoin ก็ได้ถูกเปิดตัวขึ้น และถูกสนับสนุนเป็นอย่างมากจากกลุ่มที่ไม่ต้องการการควบคุมด้านการเงินจากรัฐ และนักเสรีนิยมที่ต้องการล้มเลิกการควบคุมอุปทานทางการเงินจากธนาคารกลาง Satoshi Nakamoto และผู้สนับสนุนเงินดิจิทัลคนอื่นๆ เข้าใจในศักยภาพของ Blockchain ในพื้นฐานการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ก็ยังไม่ใช่จนกว่า Ethereum จะเปิดตัวในปี 2015 ว่าจะเป็นวิธีที่ Turing-complete กลายเป็นจริง Blockchain มีลักษณะเป็นเทคโนโลยีที่อิสระ ซึ่งสนับสนุนความฝันในเรื่องสังคมที่เสรี ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เคยอยู่ในจุดนี้กับนักอุดมการณ์ในโลกไซเบอร์ (Cyber-Utopian idealists) ในยุคต้นๆของอินเตอร์เน็ต และ world wide web มาก่อน เช่นเดียวกับอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ถูกจัดการโดยผู้มีอำนาจผูกขาดแบบรวมศูนย์ (Centralized monopolies) เช่น Google, Facebook และ Amazon เทคโนโลยี Blockchain อาจส่งผลเช่นเดียวกันในอนาคต แต่จากความเป็นไปได้ทั้งหมด การออกแบบหลักและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของ ฺBlockchain จะมุ่งไปสู่อนาคตในเชิงบวกในด้านการกระจายอำนาจของมนุษยชาติ สถานะองค์กรในปัจจุบัน… Continue reading เทคโนโลยี Blockchain : จุดสิ้นสุดของโมเดลธุรกิจขององค์กรทั้งหมดจริงหรือ?

TED Talk โดย Tricia Wang เธอบอกว่า “Human insights missing from Big Data”

การลงทุนใน big data และ analytics นั้นง่าย แต่การที่จะทำให้ Big Data สร้างประโยชน์ ให้เกิดกับองค์กร นั้นยากแสนสาหัส และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ project big data และ data science ส่วนใหญ่ สร้างอัตราผลตอบแทนหรือ ROI ที่ต่ำ 73% ของโครงการ big data และ data science ที่ องค์กรต่างๆได้ทำไป นั้นขาดทุน คือไม่ได้สร้างผลประโยชน์กลับมาคุ้มกับเงินที่ได้ลงทุนไป การมี data จำนวนมาก ไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้เราตัดสินใจได้ดี ถูกต้อง เสมอไป Big Data จะเก่งในการวิเคราะห์ และทำนาย สิ่งที่เป็นระบบปิด เช่น ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า, ระบบรหัสทางพันธุกรรมทางชีววิทยา แต่กับระบบที่เป็นระบบเปิด มีพลวัต มีตัวแปรมากมายที่ส่งผลกระทบ ซึ่งก็คือระบบสังคมมนุษย์ โมเดล Big Data… Continue reading TED Talk โดย Tricia Wang เธอบอกว่า “Human insights missing from Big Data”

The Success

คน 1% สามารถสร้างชีวิตตนเอง ให้ประสบความสำเร็จสูงสุด . คน 4% สามารถสร้างให้ตนเอง สำเร็จในอาชีพการงาน มีเงินเก็บออม . คน 24% ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพตลอดชีวิต และ ไม่มีเงินเก็บให้ลูกหลาน . คน 55% ต้องทำงานใช้หนี้ ถึงอายุ 60 ปี และ ส่งมอบหนี้สินให้ลูกหลาน . คน 16% ตายไปก่อน อายุ 60 ปี . . หลายคนสงสัยว่า... ทำไมคน 1% แรก ถึงทำอะไรก็โชคดีไปหมด ความจริง มีหลักการง่ายๆ ที่เราสามารถเรียนรู้ และ เปลี่ยนตัวเองให้สำเร็จตามสิ่งที่หวังได้ . หลักการง่ายๆ มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรก) หลักการคิดให้ถูกต้อง สวนสอง) หลักการทำให้ถูกต้อง . บางคน… Continue reading The Success

ทำให้เขาต้องการคุณ!

ทำให้เขาต้องการคุณ! เอ่ยถึงเรื่องกลยุทธ์ คนอาจนึกถึงกลยุทธ์ขององค์กรหรือธุรกิจ แต่อันที่จริง ตัวเราเองก็ต้องการกลยุทธ์เหมือนกันนะครับ ยิ่งในการทำงาน ผมว่าเราไม่สามารถทำงานไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดกลยุทธ์ให้ตัวเองได้ เพราะว่ามันเสี่ยงมากๆ ครับ . . เหตุผลที่มันเสี่ยง ก็เพราะมันจะเหมือนกับที่ “คุณบุณคลี ปลั่งศิริ” นักบริหารชั้นเซียนได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “อย่าให้ตัวเองอยู่ในสถานะเข้ามุม พอถ้าจนมุมเมื่อไร คุณจะเป็นผู้ถูกเลือก ดังนั้นคุณต้องออกมาจากมุมให้ได้” . . อย่างเร็วๆ นี้ผมอ่านเจอบทความหนึ่งใน Business Insider เล่าเรื่อง Mary Beth Brown ซึ่งเป็นผู้ช่วยคนหนึ่งของ Elon Musk เรื่องของเรื่องคือ เธอคนนี้ขอลาพักครั้งใหญ่ หลังช่วยงาน Musk มานานกว่า 12 ปี โดย Musk ให้เธอหยุดงานประมาณ 2 อาทิตย์ ระหว่างนั้นเค้าก็ประเมินไปด้วยว่า งานของ Brown เป็นตายกับชีวิตเค้ามากแค่ไหน . . ปรากฏว่าหลังจาก Brown กลับมา… Continue reading ทำให้เขาต้องการคุณ!

มหาสมุทรมีส่วนช่วยควบคุมอุณหภูมิของโลก แต่ปัจจุบันสถานที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายสายพันธุ์นี้กำลังถูกคุกคามจากภาวะโลกร้อน

http://www.ngthai.com/environment/3611/how-is-climate-change-impacting-the-ocean/

โลกใบนี้คืองานศิลปะ ช่างถ่ายภาพเป็นเพียงผู้พบเห็น

The Earth is Art, The Photographer is only a Witness. โลกใบนี้คืองานศิลปะ ช่างถ่ายภาพเป็นเพียงผู้พบเห็น ― Yann Arthus-Bertrand ภาพถ่ายโดย IG : hinduken ขอบคุณ คุณลูกค้า ค้าบที่แท็ค #airlabbkk

ชวนเข้าเรียนคลาส ‘ทำยังไงให้มีความสุข’ วิชาที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดของฮาร์วาร์ด

BRIEF : ชวนเข้าเรียนคลาส ‘ทำยังไงให้มีความสุข’ วิชาที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดของฮาร์วาร์ด . ‘ทำยังไงให้มีความสุข’ นอกจากจะเป็นคำถามที่หลายคนถามตัวเองแล้ว ยังเป็นวิชาที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วย หลายปีก่อน Tal Ben-Shahar ได้เปิดคลาสนี้ขึ้น (เป็นชื่อที่เขาใช้เรียกคลาสตัวเอง) ซึ่งจริงๆ ก็คือวิชาจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ปรากฏว่ามีนักเรียนถึง 900 คนเข้าเรียนคลาสของเขาในแต่ละสัปดาห์ และก็ยังครองความป๊อปปูลาร์เอาไว้แม้ผ่านมาหลายปีแล้ว . ตามประมวลรายวิชา คลาสนี้จะสอนเรื่องเกี่ยวกับ ‘ความสุข ความสำเร็จ มิตรภาพ ความรัก ความคิดสร้างสรรค์ ดนตรี จิตวิญญาน และอารมณ์ขัน’ โดยหยิบยกเอางานวิจัยและกรณีศึกษาต่างๆ ที่ทำให้คนมีความสุขมาพูดคุยกัน ซึ่งแน่นอนล่ะว่าใครๆ ก็อยากเรียนอะไรแฮปปี้ๆ จึงมีนักศึกษาต่อคิวเรียนกันไม่ขาดสาย . ส่วนใครอยากฟังอยากเรียนอะไรแฮปปี้ๆ ก็ไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้มีดีกรีเป็นนักศึกษา Harvard เพราะใครๆ ก็สามารถเข้าเรียนคลาสนี้ได้ผ่านทางออนไลน์ และใครที่อยากศึกษาเรื่องความสุขหรือจิตวิทยาเชิงบวกนี้ให้ลึกซึ้ง อาจจะลองหางานของ Martin Seligman ผู้คิดค้นศาสตร์แขนงนี้ขึ้นมาอ่านเพิ่มเติมก็ได้ หรือจะลงเรียนคอร์สของเขาที่ชื่อ ‘Positive Psychology: Well-Being for Life’… Continue reading ชวนเข้าเรียนคลาส ‘ทำยังไงให้มีความสุข’ วิชาที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดของฮาร์วาร์ด

Why I Studied Full-Time for 8 Months for a Google Interview

จอห์นเคยเรียนภาษาเบสิค ตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น พอเข้ามหาวิทยาลัยเขากลับเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ และเมื่อเรียนจบเขาคิดว่าอยากทำงานด้านคอมพิวเตอร์มากกว่า เลยไปสมัครงานโปรแกรมเมอร์ของกองทัพสหรัฐ แต่คนรับสมัครงานแนะนำว่าเขาควรเป็นสายลับมากกว่า เขาจึงถูกส่งไปเรียนภาษาเกาหลี 2 ปี และทำงานในเกาหลีอีก 2 ปี ในระหว่างเป็นสายลับ เขาใช้เวลาว่างหัดเขียนภาษา C++ แต่พบว่ามันยากมาก เขายังคงอยู่เกาหลีอีกปี โดยเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และใช้เวลาว่างตอนเย็นหัดเขียน HTML, SQL, Perl, CSS และ JavaScript ในที่สุดเขาก็ได้งานที่ซีแอทเทิล และกลับมาอยู่สหรัฐ โดยทำงานในตำแหน่งนักพัฒนาเว็บ ตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมาเขาทำงานมาตั้งแต่ นักพัฒนาเว็บ, CEO, คนออกแบบ และนักการตลาด เขาช่วยก่อตั้งมาแล้ว 3 บริษัท และยังมี 2 แห่งที่ยังคงเปิดดำเนินการและยังคงสร้างรายได้ ต้นปี 2016 เขาตั้งเป้าที่จะเข้าทำงานกับ กูเกิ้ล เขาจึงฝึกฝนอย่างจริงจัง เป็นเวลา 8 เดือนเต็ม เพื่ออ่านหนังสือ ดูวิดีโอ และเตรียมตัวเพื่อสัมภาษณ์งานกับกูเกิ้ล ลองไปติดตามว่าเขาจะทำสำเร็จได้เป็นพนักงานของกูเกิ้ลอย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่? นี่คือบทความที่ดีที่สุดที่ผมได้อ่านในปี 2016… Continue reading Why I Studied Full-Time for 8 Months for a Google Interview